ใครสนใจ และชื่นชอบหนังซีรี่ย์บ้างจ๊า ทั้งเกาหลี ญี่ปุ่น ไต้หวัน จีน การ์ตูน ข้าพเจ้ามีบริการทุกท่านน๊า สวยงามและไฮโซ ราคาถูก รับประกันภายใน 7 วัน เชิญชมตัวอย่างได้
ราคาแผ่นละ 70 บาทจ๊า ตัวอย่างเปนเรื่อง full house และ coffee prince
| ถ้าท้อเป็นเพียงถ่าน ถ้าผ่านจึงเป็นเพชร |
|

ความจริงมีอยู่ว่า
อเล็กซานเดอร์มหาราชค้นพบกล้วยหอมเป็นครั้งแรกก่อนปี ค.ศ.327ขณะทำสงครามที่อินเดีย
- แอปเปิ้ลเป็นพืชตระ*ลเดียวกับกุหลาบ
- จำนวนแถวของข้าวโพดแต่ละฝักเป็นเลขคู่เสมอ
- ยีราฟที่ตัวโตเต็มวัยสามารถเตะหัวสิงห์โตจนหลุดได้
- ถ้าพ่นสเปรย์ฆ่าเชื้อไปที่หมีขั้วโลกขนของมันจะเปลี่ยนเป็นสีม่วง
- ช้างเป็นสัตว์โลกพันธุ์เดียวที่กระโดดไม่ได้
- ปลาฉลามเป็นปลาชนิดเดียวที่กระพริบตาได้
- บ้านของบิลล์เกตส์ออกแบบด้วยคอมพิวเตอร์แมคอินทอช
- ฮิตเลอร์และนโปเลียนมีลูกอัณฑะเพียงข้างเดียว
- ลีโอนาโด ดาวินชี สามารถใช้มือข้างหนึ่งวาดรูปและใช้มืออีกข้างหนึ่งเขียนหนังสือไปพร้อมๆกันได้
- เมืองAieaในฮาวายเป็นเมืองเดียวที่สะกดด้วยชื่อสระเพียงอย่างเดียว
- เมืองอิสตัลบูลเป็นเมืองเดียวในโลกที่ตั้งอยู่ใน 2 ทวีปคือยุโรปและเอเชีย
- สัตว์เลี้ยงในบ้านชนิดเดียวที่ไม่มีชื่ออยู่ในคัมภีร์ไบเบิ้ลคือแมว
- 111,111,111x111,111,111=12345678987654321
- เดือนที่ขึ้นต้นด้วยวันอาทิตย์จะมีวันศุกร์ที่13เสมอ
- โทรศัพท์สาธารณะกลางทะเลทรายที่ซาอุดิอารเบียใช้พลังงานแสงอาทิตย์
- ลีโอนาโดดาวินชีเป็นผู้คิดค้นกรรไกร
- ทอม แฮงก์เป็นลูกหลานของประธาณาธิบดีลินคอร์น
- ในนมเปรี้ยวยาคูลท์1ขวดมีจุลินทรีย์ แอล คาเซอิ ชิโรต้า ที่มีชีวิต 8000ล้านตัว
- อาหารมื้อแรกที่โทมัส อัลวาเอดิสัน ทานตอนที่เดินทางมาถึงนิวยอร์กครั้งแรกคือน้ำชา
- ชาวไทยที่เป็นเจ้าของรถยนต์คันแรกคือพระยาสุรศักดิ์มนตรี แต่คนไทยที่ได้ขับรถเป็นคนแรกคือพระยาอนุฑูตซึ่งเป็นน้องชาย
- ตวนอู อับดุลราหมาน อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซียเคยเป็นศิษย์เก่าของเทพศิรินทร์
- กรุงศรีอยุธยาแตกครั้งที่ 1 ปีจุลศักราช931(9+3+1=13) ครั้งที่ 2 ปี 1129(1+1+2+9=13)
- คำว่า BYTE เป็นคำย่อมาจาก By Eight
- คำว่า set ถูกนิยามความหมายไว้มากกว่าคำอื่นๆ
- คำว่า stewardesses เป็นคำที่ยาวที่สุดในการพิมพ์ด้วยมือซ้ายข้างเดียว
- คำว่า typewriter เป็นคำที่สามารถพิมพ์ได้ยาวที่สุดในบรรทัดตัวอักษรบนสุดของแป้นพิมพ์
- คำศัพท์ที่สามารถอ่านได้จากทั้งหน้าไปหลังและหลังไปหน้าที่ยาวที่สุดในโลกคือคำว่า Saippuakivikauppias เป็นภาษาฟินนิชแปลว่าคนขายสบู่หิน
- คาราเต้มีถิ่นกำเนิดอยู่ในอินเดีย
- ไพ่คิงโพธิ์แดงเป็นคิงคนเดียวที่ไม่มีหนวด ส่วนไพ่แจ๊คที่ไม่มีหนวดคือ แจ๊คดอกจิก
- รหัสโทรศัพท์ของรัสเซียคือ 007
- ประธานาธิบดีลินคอร์นมีเลขาชื่อเคนเนดี ส่วนประธานาธิบดีเคนเนดีมีเลขาชื่อลินคอร์น
- ค่าโดเมนเนมที่แพงที่สุดคือ business.com มีราคา 7.5 ล้านดอลล่าร์
- กำไร 40% ของแมคโดนัลมาจากการขายชุดแฮปปี้มีลแมคโดนัลเป็นผู้จัดจำหน่ายของเล่นที่ใหญ่ที่สุดของโลก
- ดิสนีย์แลนด์มีขนาดใหญ่กว่าประเทศที่เล็กที่สุดในโลก 5 ประเทศรวมกัน
- เจ้าของดิสนีย์แลนด์กลัวหนู
- โดนัลดั๊กถูกแบนในประเทศฟินแลนด์เพราะไม่ได้ใส่กางเกงใน
- โทมัส เอดิสันผู้ค้นพบหลอดไฟเป็นโรคกลัวความมืด
- ปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 ฝ่ายพันธมิตรตั้งใจมาทิ้งระเบิดที่บางกอกน้อย ระเบิดลูกหนึ่งพลัดหลงตกลงตรงห้องพักเด็กแรกเกิด เด็กในห้องตายหมดเหลือรอดเพียงคนเดียว คุณตาของเขาจึงตั้งชื่อว่า เด็กชายปลอดประสพ สุรัสวดี
ความจริง(อีกด้านหนึ่ง)ของความรัก

ความจริงของความรัก
สื่งที่มนุษย์มีมากมายจนเหมือนไม่มีวันหมดนันก็คือความรัก"
แต่สิ่งที่มนุษย์มีจำกัดจนดูเหมือนว่าเห็นแก่ตัวนั้นคือความอดทน"
ยิ่งรักมากก็ยิ่งต้องอดทนกับปัญหาต่างๆไว้เพื่อให้รักนั้น....ยั้งยืน
แต่ในทิศทางตรงกันข้ามเมือใดที่สิ้นรักเมือนั้นความอดทน"ก็หามีไม่สิ่งใดที่เคยอดทนได้ก็กลับเปลี่ยนแปลงไป
สิ่งใดที่เคยเห็นดีเห็นชอบกลับกลายเป็นขวางหูขว้างตา
ท้ายที่สุด.......................เรา"ก็เป็นฝ่ายทอดทิ้งรัก"นั้นให้จบลงแต่ยั้งมีความจริงอีกอย่างหนึ่งที่คนเรามังมองข้ามกันไปบ้างครั้งความรักของเราอาจจบลงทั้งที่ความรู้สึกรักยังมีอยู่เต็มหัวใจ
เพียงแต่การถูกกระทำซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกระทั้งความอดทน"
บอกให้เราต้องไปไปทั้งๆที่ยังรักเพราะหากรักแล้วต้องเจ็บต้องช้ำ
ทางเลือกที่ดีที่สุดก็หน้าจะหมายถึงการจากไปในวันนี้
เพื่อที่จะเข้มแข็งและลุกขึ้นได้ใหม่ในวันข้างหน้าอย่านั้น....ไม่ใช่หรอ
>>ก้อเปนแบบทดสอบสั้นๆเพียง 4 ข้อนะจ๊ะ
>>ห้ามดูเฉลยก่อนนะ
>>เลือกข้อที่คิดว่าเปงจริงที่สุด
>>
>>
>>วิธีทำ นำตัวอักษรข้างหน้ามาเรียงกานอ่า
>>
>>1.บุคลิกภาพของคุณเป็นอย่างไร?
>>(I) ชอบสันโดษ คิดก่อนทำ มีแรงบันดาลใจหรือความคิดจากตัวเองเป็นใหญ่
>>(E) ชอบเข้าสังคม ชอบไปงานสังสรรค์ ทำก่อนคิด
>>มีแรงบันดาลใจหรือความคิดจากคน สิ่งของ สิ่งแวดล้อมเป็นส่วนใหญ่
>>
>>++++++++++++++++
>>
>>2.เมื่อคุณมีข้อมูลที่ต้องพิจารณา
>>คุณจะพิจารณาข้อมูลเหล่านั้นอย่างไร?
>>(S) ดูถึงรายละเอียดของข้อมูล ดูถึงปัญหาปัจจุบัน
>>ดูถึงหลักความเป็นจริง
>>(N) ดูถึงภาพรวมหรือข้อสรุปของข้อมูล คาดการณ์ล่วงหน้า
>>ดูถึงความน่าจะเป็นที่จะเกิดขึ้น
>>
>>********************
>>
>>3.คุณใช้อะไรในการตัดสินใจกับปัญหา? (โดยสัญชาตญาณของคุณ)
>>(T) ใช้เหตุผลในการตัดสินใจ ใช้หลักตรรกวิทยาความถูกต้อง
>>คิดถึงผลที่จะตามมาจากการตัดสินใจ
>>(F) ใช้ความรู้สึกในการตัดสินใจ ตัดสินใจจากความชอบ ความต้องการ
>>คิดถึงความต้องการ และการตอบสนองของตน
>>
>>----------------------------
>>
>>4.คุณมีวิธีการดำเนินชีวิตอย่างไร?
>>(J) ชอบวางแผนในการใช้ชีวิตประจำวัน ชอบตั้งเป้าหมาย ระยะเวลา
>>วันที่ในการทำ ชอบตัดสินใจเพื่อให้จบปัญหา
>>(P) ยอมรับการเปลี่ยนแปลงกับสิ่งรอบตัว ไม่ยึดติด
>>มีความยืดหยุ่นต่อสถานการณ์ รับฟังความคิดผู้อื่น
>>
>>.......................................................................................
>>
>>
>>++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
>>
>>
>>
>>มาดูเฉลยกานนะคะ
>>
>>
>>ISTJ - The Duty Fulfiller " ผู้สำเร็จ "
>>- มีสมาธิสูง เงียบ เป็นคนรักครอบครัว
>>- ละเอียด จริงจัง และ ไว้ใจได้
>>- ทำงานหนัก เจ้าระเบียบ และมีความรับผิดชอบสูง
>>- อาจจะทำให้ถูกเอาเปรียบได้ เพราะความที่เขา
>>ซื่อสัตย์และเป็นที่พึ่งได้
>>- ไม่เก่งเรื่องของความรู้สึก
>>
>>
>>ISTP - The Mechanic " ช่างเครื่อง”
>>- เงียบ ชอบผจญภัย และ กีฬา
>>- ชอบเสี่ยง เป็นตัวของตัวเอง แก้ปัญหาเก่ง
>>- มองโลกในแง่ดี แต่อาจโกรธง่ายตอนเครียด
>>- ปกติไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรให้คนอื่นอยู่ ทั้งดีและไม่ดี
>>
>>
>>ISFJ - The Nurturer "ผู้ดูแล "
>>- เงียบ ใจดี มีสติ
>>- มีความรับผิดชอบ แก่ภาระและหน้าที่
>>- คิดถึงคนอื่นก่อนตัว จำคนเก่ง
>>- เสียกำลังใจเมื่อถูกวิจารณ์
>>- ชอบเก็บความรู้สึกไว้กับตัวเอง
>>
>>
>>ISFP - The Artist "ศิลปิน"
>>- เงียบ ใจดี จริงจัง และ อ่อนไหว
>>- ไม่ชอบการโต้แย้ง ไม่ชอบระเบียบ
>>- ความคิดสร้างสรรค์ และไม่เหมือนใคร รักขอบสวยของงาม
>>- เข้าใจยาก เปิดเผยตัวเองกับคนใกล้ชิดเท่านั้น
>>- ใช้ชีวิตอย่างจริงจัง
>>
>>
>>INFJ - The Protector "ผู้ป้องกัน"
>>- ความคิดสร้างสรรค์ อ่อนไหว เป็นตัวของตัวเอง
>>- เก่งเรื่องคน และ สถานการณ์
>>- เป็นคนลึกซึ้ง ซับซ้อน ชอบความเป็นส่วนตัว
>>- เข้าใจยาก มีความมั่นใจในตัวเองสูง ดื้อรั้นต่อความคิดของผู้อื่น
>>- ไม่ชอบการโต้แย้ง
>>
>>
>>INFP - The Idealist "นักอุดมการณ์"
>>- เงียบ ซื่อสัตย์ ชอบอุดมการณ์
>>- ชอบช่วยเหลือ และ เข้าใจคนอื่น
>>- ไม่ชอบการโต้แย้ง
>>- ซื่อสัตย์ต่อตนเอง
>>- มีความคิดสร้างสรรค์
>>
>>
>>INTJ - The Scientist "นักวิทยาศาสตร์"
>>- ฉลาด มุ่งมั่น ไม่เหมือนใคร
>>- เป็นผู้นำที่ดี มีความมั่นใจสูง มองการณ์ไกล
>>- ชอบคิดคนเดียว และชอบอยู่คนเดียว ชอบด่วนสรุป ไม่ชอบรายละเอียด
>>คิดว่าตนเองถูกเสมอ
>>- บอกความรู้สึกไม่เก่ง จะมีปัญหากับความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด
>>
>>
>>INTP - The Thinker "นักคิด"
>>- ความคิดสร้างสรรค์ เป็นตัวของตัวเอง มีเหตุมีผล และ มีความสามารถสูง
>>- ไม่อยากถูกนำหรือนำคนอื่น ไม่ชอบระเบียบ
>>- ใช้เวลาในหัวตัวเองมาก ไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
>>- เงียบ ไม่ค่อยรู้ว่าคนอื่นรู้สึกยังไง
>>- มีอารมณ์ซับซ้อน ไม่อยู่นิ่ง และ แปรปรวน
>>
>>
>>ESTP - The Doer "ผู้กระทำ"
>>- เป็นมิตร ยืดหยุ่นง่าย เข้าใจความรู้สึกของผู้อื่นเก่ง
>>- ไม่ชอบคำอธิบาย แต่ต้องการแค่ผลลัพธ์
>>- ใช้ชีวิตที่สนุกสนาน จึงทำให้ผ่านไปเร็ว
>>- รักสนุก สามารถทำร้ายจิตใจผู้อื่นโดยไม่รู้ตัว
>>- ไม่ชอบเคารพกฎระเบียบ
>>- เบื่อง่าย
>>
>>
>>ESTJ - The Guardian "ผู้พิทักษ์"
>>- มีระเบียบ ซื่อตรง ตรงไปตรงมา
>>- มีความมั่นใจในตัวเอง มีความสามารถ ทำงานหนัก เป็นผู้นำ
>>- ชอบความปลอดภัย และความสงบสุข
>>- บอกความรู้สึก และ ความห่วงใยไม่เก่ง
>>
>>
>>ESFP - The Performer "ผู้แสดง"
>>- อยู่คนเดียวในโลกไม่ได้ มีมนุษยสัมพันธ์ดี รักสนุก
>>และทำงานเป็นทีมได้ดี
>>- มองโลกในแง่ดี ต้อนรับทุกคน แต่ ก็เกลียดทุกคนได้เหมือนกัน
>>- ไม่ชอบงานประจำ คิดมากเวลาเครียด
>>- รักสวยรักงาม
>>
>>
>>ESFJ - The Caregiver "นักใส่ใจ"
>>- มีน้ำใจ คนชอบ มีสติ มีความรับผิดชอบ
>>- เก่งเรื่องคน เข้าใจ สนใจ และ ปรับตามคนได้
>>- ชอบให้คนชอบ ชอบบริการผู้อื่นก่อนตนเอง
>>- รักสงบ และ ความปลอดภัย ไว้ใจได้ กระตือรือร้น
>>- อ่อนไหว ต้องการการเห็นด้วยจากผู้อื่น
>>
>>
>>ENFP - The Inspirer "ผู้มีแรงบันดาลใจ"
>>- มีความคิดสร้างสรรค์ กระตือรือร้น ยืดหยุ่น
>>- ต้อนรับไอเดียใหม่ๆ เสมอ แต่จะเบื่อกับรายละเอียด
>>- มีมนุษยสัมพันธ์ดี ชอบให้คนชอบ แต่ก็สามารถหลอกใช้ผู้อื่นได้ด้วย
>>- เป็นคนร่าเริง และ ชอบเป็นอิสระ
>>
>>
>>ENFJ - The Giver "ผู้ให้"
>>- มีมนุษยสัมพันธ์ดีมาก ห่วงใยความรู้สึกของผู้อื่นเสมอ
>>- ไม่ชอบอยู่คนเดียว ต้องการอยู่กับผู้อื่นตลอดเวลา
>>- มีความสามารถที่จะทำในสิ่งที่เขาชอบหลายๆ อย่าง
>>- มีความมั่นใจในตัวเอง เจ้าระเบียบ
>>
>>
>>ENTP - The Visionary "ผู้มีวิสัยทัศน์"
>>- มีความคิดสร้างสรรค์ ฉลาด แก้ปัญหาเก่ง
>>- ชอบไอเดียใหม่ ไม่ชอบทำอะไรซ้ำ ๆ
>>- ชอบคุย คุยเก่ง หัวไว
>>- ไม่สนใจเรื่องความรู้สึก แต่เพียงจะให้งานสำเร็จ
>>- บางครั้งอาจจะเคร่งครัดกับคนรอบข้าง
>>
>>
>>ENTJ - The Executive "ผู้บริหาร"
>>- เป็นผู้นำตั้งแต่เกิด พูดต่อหน้าคนเก่ง ฉลาด มีความรู้
>>- เห็นความสำคัญในความรู้ และความสามารถ
>>ไม่มีความอดทนกับคนทำงานไม่เก่ง
>>- แก้ปัญหาเก่ง สามารถเข้าใจปัญหาซับซ้อน
>>- เจ้ากี้เจ้าการ ไม่มีความอดทน เด็ดขาด น่าเกรงขาม
![]()
![]()
คนที่ไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นของเรา
มีบางครั้ง ที่ชีวิตเราเกิดรู้สึกประทับใจ ใครสักคน
ในเวลา ที่เราไม่อาจ จะทำอะไรได้
แม้ มันเป็นเรื่อง ที่น่าเสียดาย ...
เพราะว่า มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
ที่เราจะพบใครคนหนึ่งที่สามารถตอบตัวเองได้ว่า
เป็นคนที่ตามหามาตลอด..
และมันก็ยาก พอ ๆ กับ การ ตัดใจ …
ความรัก เป็นความรู้สึกที่บางครั้ง ก็อยู่นอกเหนือ
การควบคุมของความคิด
เราจึงสามารถรู้สึกได้ รักได้โดยใช้หัวใจรัก
แต่ขณะเดียวกัน ..
กลับต้องใช้หัวใจ และ สมอง ไปพร้อม ๆ กัน
หัวใจ .. จะคอยบอกว่า เรารักได้ เพราะมีสิทธิ์ที่จะรัก
สมอง .. จะบอกว่า รักแล้ว จะสามารถแสดงออกได้แค่ไหน
‘คนบางคน เกิดมาเพื่อให้เรารัก แต่ไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นของเรา’
ทำได้ไหม ... รักในแบบไม่เรียกร้อง
ไม่ต้องการอะไร
รักเพราะรู้สึกรัก .. เพราะว่ารัก เต็มตื้นอยู่ในหัวใจ
ปล่อยให้คนที่เรารัก มีชีวิตของเขา...
...อยู่บนเส้นทางของเขา .. กับคนของเขา ..
ในขณะที่ความรักของเรา ก็ดำเนินต่อไป
ให้ความถูกต้อง ยิ่งใหญ่อยู่ในสมอง
ให้ความรัก..งดงามอยู่ในหัวใจ..
....ตลอดไป....
![]()
10 กฎเหล็กสำหรับคู่รัก
10 เทคนิครัก สำหรับความสัมพันธ์ที่เพิ่งเริ่ม (10 Love Tactics For New Relationship)
กฎข้อที่ 1 อย่าต้องการมากเกินไป
คนเราลองรักกันแล้วก็ควรให้อิสระแก่กันด้วย ไม่ใช่ว่าพอตกลงเป็นแฟนปุ๊บ ก็ห้ามไม่ให้ไปสุงสิงกะใครปั๊บ แหม...ทำอย่างกะชีวิตรักเป็นชีวิตคุกก็ไม่ปาน แล้วอย่างงี้จะไปกันไหวรื้อ สู้บางเวลาให้แต่ละฝ่ายมีชีวิตเป็นของตัวเองบ้าง และบางคราก็หวานแหววกับแฟนมั่ง หากแบ่งสันปันส่วนเวลาส่วนตัวกับส่วน รวมได้อย่างนี้ ความรักก็ยังอยู่กะคนทั้งคู่ รับรองว่าแฟนไม่หนีไปไหนหรอก
การเกาะติดกันเป็นปาท่องโก๋ของคู่รัก ความจริงก็ถือเป็นเรื่องปกติ เพราะคนเราลองพิศวาสบาดอุรากันแล้วไซร้ ก็ย่อมอยากอยู่ด้วยกัน เป็นธรรมดาโลกน่ะโยม แต่ก็อีกนั่นแหละ ที่ไม่ช้าก็เร็ว "การอยู่ติดกันเป็นตังเม" ก็อาจทำให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเสียโอกาสในการทำสิ่งต่างๆ ที่ตัวเองอยากทำหรือชอบทำลำพังคนเดียวก็ได้นะ เช่น อดดูหนังเรื่องที่คุณชอบเพราะแฟนไม่ชอบด้วยจึงไม่ยอมไปเงี้ย เพราะฉะนั้น จงอย่าเรียกร้องความต้องการที่จะอยู่ด้วยกันมากเกินไปนะจ๊ะ เดี๋ยวเบื่อเร็วไม่รู้ด้วย!
กฎข้อที่ 2 การทำอะไรเล็กๆน้อยๆ ร่วมกัน ย่อมแสดงถึงความเป็นคู่
ไม่ว่าจะเป็นการไปทานอาหารในโอกาสพิเศษที่ภัตตาคารโปรด หรือแค่นั่งทานข้าวโพดคั่วขณะดูทีวีอยู่ที่บ้านด้วยกัน กิจกรรมที่เห็นว่าเล็กน้อยพวกนี้กลับมีพลังมหาศาลที่ช่วยสร้างความผูกพัน ซึ่งเชื่อดิว่าอย่างอื่นก็ไม่สามารถทดแทนได้
วิธีการของคุณๆอาจไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่อลังการเสมอไป แค่อาบน้ำด้วยกันในวันหยุดสุดสัปดาห์ หรือชวนกันหนุงหนิงไปออกกำลังกายทุกวันศุกร์หลังเลิกงาน เท่าเนี้ยก็รักษาความผูกพันกันไว้ได้แล้ว
กฎข้อที่ 3 อย่าคิดว่าความสัมพันธ์คราวนี้ "เป็นของตาย"
อย่าให้ความรู้สึกเป็นกันเองพัฒนาไปสู่ "การปล่อยตัวตามสบายจนเกินไป" เช่น แม้ทั้งคู่จะโทรศัพท์หากันได้ทุกเมื่อที่อยากจะฝอยแหลกให้อีกฝ่ายฟัง หรือสนิทซะจนต่างฝ่ายต่างช่วยซักกางเกงในให้กันและกันได้ก็เหอะ คุณก็ไม่ควรปล่อยให้ความรู้สึกเป็นกันเอง กลายเป็นจะทำไงต่อดาร์ลิ่งก็ได้โดยปราศจากความเกรงใจ หรือเลิกพูดคำหวานๆ และหยุดที่จะให้กำลังใจกันอีกต่อไปเพราะคิดตื้นๆ ว่าไม่จำเป็น แต่จริงๆแล้วยังจำเป็นนะ
กฎข้อที่ 4 ยังจูบประทับใจกันอยู่เลย
การจูบแบบดื่มด่ำฉ่ำหวาน เป็นการช่วยให้ไฟรักของคุณโชติช่วงชัชวาลในความสัมพันธ์ของคุณ ด้วยเหตุที่ว่า การจูบเป็นอะไรที่เกี่ยวข้องกับความรักและความโรมานซ์ ฉะนั้น จงยุติการจุ๊บปากชนปากแบบนกจิกซะ แล้วเปลี่ยนเป็นจุมพิตแบบดูดดื่มมิรู้ลืมดีกว่า รับรองจะเรียกคะแนนนิยมจากหวานใจได้อีกเพียบ
กฎข้อที่ 5 ตระหนักว่า การทะเลาะนั้นมีไว้เพื่อแก้ปัญหา ไม่ใช่เพื่อเอาชนะ
การทะเลาะเบาะแว้งเป็นสัจธรรมของการมีชีวิตคู่ ฉะนั้นไม่ต้องกระต่ายตื่นตูมจนเกินไป หากว่าคู่รักจะมี ปากเสียงกันเพียงเล็กน้อยแล้วคิดว่า ตายแล้ว สงสัยจะเป็นลางร้ายของชีวิตคู่แล้วไหมล่ะ...ขืนคิดแบบนี้ก็มองโลกในแง่ร้ายเกินไปนะเจ๊
รู้เปล่าว่า การทะเลาะกันบางครั้งกลับทำให้คู่รักใกล้ชิดกันเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ ไม่ใช่มีแล้วจะทำให้แตกแยกเสมอไปก็หาไม่ แต่การทะเลาะกันก็มีเคล็ดลับตรงที่ควรมุ่งเน้นเพื่อความก้าวหน้า หรือปรับปรุง พัฒนาให้คู่ของเราดีขึ้น ไม่ใช่เพียงต้องการเอาชนะเพื่อความสะใจ เดี๋ยวเหอะ คงได้กลับไปเป็นโสดอีกหรอก
กฎข้อที่ 6 อย่าแค่พูด แต่ลงมือทำ
คำพูดอาจดูสวยหรู แต่คำพูดจะหมดความหมายถ้าคุณทำไม่ได้ดังที่พูด เพราะฉะนั้นแทนที่จะโม้ว่าคนที่คุณรักมีความหมายสำหรับคุณแค่ไหน คุณควรลงมือแสดงความรัก, ความอ่อนโยนและความยอมรับนับถือในตัวสุดที่รักออกมาเลยไม่ดีกว่าหรือ
กฎข้อที่ 7 อย่ากดดันดาร์ลิ่งมากไป
การผลักให้แฟนทำบางสิ่งที่คุณต้องการ เช่น เรื่องบนเตียงหรือเซ็กซ์ๆ เอ็กซ์ๆ มันเป็นการบังคับขืนใจกันเกินไปรึเปล่า ต้องคิดถึงใจเขาใจเราด้วยน้า การกดดันสุดที่รักให้ทำในสิ่งที่ไม่พร้อม เท่ากับไปฝืนความรู้สึก แล้วความสัมพันธ์จะลงเอยกันด้วยดีได้ไง ทางที่ดีควรปล่อยให้อะไรๆเป็นไปตามธรรมชาติดีกว่ามั้ย
กฎข้อที่ 8 อย่าพูดว่า "รักเธอ" ถ้าไม่รู้สึกตามนั้นจริงๆ
เพราะมันเสียความรู้สึกน่ะเซ่ แถมยังบาปอีกต่างหาก ฉะนั้นถ้าไม่รักก็อย่าลวงให้ช้ำ ยังไม่อยากเสียตังค์ซื้อน้ำใบบัวบก แก้ช้ำใน ทราบไว้ซะด้วย
กฎข้อที่ 9 อย่าให้ของขวัญตามอำเภอใจคนให้
การเอาใจแฟนด้วยการรีบให้ของขวัญ แหงล่ะ ไม่ว่าใครย่อมชอบด้วยกันทั้งนั้น ซึ่งถ้าคุณอยากให้อะไรแก่ หวานใจก็ให้ไปเถอะ แต่มั่นใจหน่อยนะว่าได้ให้ของที่แฟนชอบด้วย ไม่ใช่ให้อะไรก็ไม่รู้ ซึ่งหล่อนไม่มีวันแกะมันออกมาใช้ ก็อย่าให้ดีกว่า นอกจากจะเปลืองแล้วยังทำให้รู้สึกไม่มีความหมายอะไรด้วย
กฎข้อที่ 10 อาศัยความลึกลับชวนให้น่าค้นหา
ทำตัวให้มีความลึกลับซะบ้าง บางครั้งก็ดีเหมือนกัน การจะมีความสัมพันธ์กันอย่างยาวนานได้จะต้องมีสัมผัส แห่งการไม่รู้เป็นศิลปะในการเก็บงำความลับเพื่อให้แฟนได้คาดเดาเอาไว้บ้าง เผื่อจะจูงใจให้แฟนอยากค้นหาคุณไง จำไว้เหอะว่า ความไม่เด่นชัดจะยิ่งปลุกปล้ำ เอ๊ย ปลุกปั้นคุณให้น่าสนใจมากกว่าแบไต๋ให้อีกฝ่ายรู้ใจคุณไปซะหมด
ตรงนี้สรุปเป็นสมการได้ว่า ความคาดหวัง+ความสงสัย จะเท่ากับความรัก ไงจ๊ะ
Trend (แอบ) รัก.....ที่ไม่ควรมองข้าม
อะแฮ่มๆ ลองเช็คตัวเองดูสิว่า ทุกวันนี้คุณเป็นคนหนึ่งรึป่าว ที่เวลาในแต่ละวันส่วนใหญ่ต้องอยู่แต่ในที่ทำงาน จนไม่มีเวลาได้พบปะผู้คนใหม่ๆเลย ถ้าใช่ละก้อ...เห็นทีโอกาสที่จะปิ๊งใครก็คงไม่มีเลย นอกจากเพื่อนร่วมงานคนใกล้ชิดนี่แหล่ะ ก็แหม...นั่งหลังขดหลังแข็งทำงานอยู่ทุกวี่วัน จะเลยหน้าดูตะวันบ้างยังไม่ค่อยมีเวลา แต่แล้วจู่ๆ เจ้าคิวปิดตัวน้อยก็ดันเล่นตลก มาแผลงศรรักปักอกให้ไปหลงรักหนุ่มร่วมออฟฟิศที่เห็นกันอยู่ทุกวี่ทุกวันได้ ยิ่งใกล้ชิดมากแบบนี้ แล้วใครจะไปหักห้ามใจไม่ให้รักได้ล่ะ....ถ้างั้นมาลองเช็คดูซิว่า ความรักของคุณในที่ทำงานเป็นแบบไหนกันแน่
แอบปิ๊งเพื่อนร่วมงาน
คุณอาจปิ๊งเขาตั้งแต่วันแรกเจอ หรือค่อยๆสนิทสนมจากการทำงานร่วมกัน แต่ถึงอย่างไรก็เป็นการแอบรักฝ่ายเดียว ถ้าคุณเป็นฝ่ายถูกรักก็อย่าไปทำให้เขาชีช้ำหัวใจหรือด่าให้เขาหยุดรักคุณเลย เพราะอย่างไรก็ต้องเจอหน้ากันทุกวัน หาทางปฏิเสธเขาอย่างสุภาพดีกว่า แต่ถ้าคุณเป็นฝ่ายไปแอบชอบเขาเสียเอง แล้วรู้ว่าเขาไม่เล่นด้วยก็อย่าไปตื๊อเขาเลย เรื่องของหัวใจบังคับกันไม่ได้หรอกค่ะ อิอิ..
เป็นแฟนกัน
เมื่อในวันที่คุณและเขาต่างมีความรู้สึกเดียวกัน ก็ขยับความสัมพันธ์ไปเป็นแฟนได้ไม่ยาก ซึ่งความรักแบบนี้ มักเกิดกับพนักงานใหม่ๆหรือพนักงานที่อายุไม่มากนัก เพราะเป็นช่วงเริ่มต้นของการทำงานและช่วงของการเรียนรู้นิสัยของกันและกัน รักจะหวานโรแมนติกจนใครๆ พากันอิจฉาเลยทีเดียว
เป็นสามีภรรยากัน
รูปแบบนี้มักเกิดจากความสัมพันธ์ที่เป็นแฟนมาก่อน แล้วลงหลักปักฐานแต่งงานกันเรียบร้อย ซึ่งความรักสไตล์นี้นับได้ว่ามีผลกระทบต่ออาชีพการงานรุนแรงมากเพราะความสัมพันธ์แบบสามีภรรยานั้น ลึกซึ้งและผูกพันกันมากกว่า ระหองระแหงกันง่าย และมีเรื่องของลำเอียงเข้ามาเกี่ยวได้มาก คุณต้องระวังวางตัวในการทำงานให้ดี อย่าให้ใครมาว่าคุณได้หล่ะ
แอบเป็นมือที่สาม
รักกันแบบนี้ขอบอกว่าน่ากลัวมากค่ะ เพราะถ้าคุณแอบไปกิ๊กกับคนที่มีเจ้าของแล้ว ถ้าใครต่อใครในออฟฟิศรู้ว่า คุณกับเขาคบันแบบไหน รับรองได้ว่า คุณได้เกรียมแน่ ก็ทั้งโดนเม้าท์ โดนว่า เผลอๆ โดนประจานอีก เห็นแบบนี้แล้ว ถอยห่างดีกว่ากับความสัมพันธ์รูปแบบนี้ค่ะ
เจ้านายกับลูกน้อง
สัมพันธ์รักแบบนี้ส่งผลทั้งตัวบุคคลและองค์กรรุนแรงที่สุด เพราะเป็นเรื่องที่ใครๆ ก็อยากรู้อยากเห็น รวมทั้งยังเกี่ยวกับเรื่องหน้าที่การงาน การเลื่อนขั้นด้วย ถ้าคุณรักกับเจ้านาย อย่าแสดงตนว่าเหนือกว่าคนอื่น อย่าใช้ความรักมาเป็นบันไดก้าวสู่ความสำเร็จให้กับคนรักของตนเอง
เอ้า++....ถ้ารู้ 5 รูปแบบรักกับเพื่อนร่วมงานกันแล้ว ก็ต้องหาวิธีวางตัวให้เหมาะสมนะคะ....(^ ^)

จะรวยไปไหนเนี่ย รับเทิร์นด้วยเป่าอ่ะ ของเก่าเยอะอ่ะ read more
on ^ ^ ThOmNarAk ^ ^ - 22 มกราคม 2008 01:40:52